หลักจรรยาบรรณ (Code of Ethics)

Greenpro Capital Corp.

(ชื่อเดิม Greenpro, Inc.)

แนวปฏิบัติในการดำเนิธุรกิจ และประมวลจรรยาบรรณ

(คณะกรรมการบริหารได้ มีมติให้นำหลักจรรยาบรรณ และจริยธรรมทางธุรกิจ มาใช้ปฏิบัติใน วันที่  22 มกราคม 2557)                     

บทนำ

หลักจรรยาบรรณ และจริยธรรมทางธุรกิจ ครอบคลุมแนวปฏิบัติ และขั้นตอนทางธุรกิจต่างๆ อย่างกว้างขวาง  หลักจรรยาบรรณนี้อาจไม่ครอบคลุมทุกประเด็นที่อาจเกิดขึ้น แต่ได้กำหนดหลักการพื้นฐานเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติแก่พนักงานทั้งหมดของ GreenPro Capital Corp. (“บริษัท”) เจ้าหน้าที่ กรรมการ และพนักงานทุกคน ต้องปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณนี้ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่แม้จะเพียงปรากฏว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ตัวแทน และผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนของบริษัท รวมถึงที่ปรึกษา ควรปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณนี้ด้วย

ในกรณีที่กฎหมายขัดแย้งกับนโยบายที่กำหนดในหลักจรรยาบรรณนี้ คุณต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความขัดแย้งเหล่านี้ คุณสามารถสอบถามผู้บังคับบัญชาของคุณหรือเจ้าหน้าที่ของบริษัท

 

ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรฐานที่กำหนดในหลักจรรยาบรรณนี้ จะถูกพิจารณาดำเนินการทางวินัย โดยมีโทษสูงสุดคือการยุติการจ้างงาน

 

1. การปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และระเบียบ

เคารพกฎหมาย ทั้งโดยลายลักษณ์อักษร และโดยเจตนา คือพื้นฐานที่เราใช้ในการกำหนดมาตรฐานทางจรรยาบรรณของเรา พนักงานทุกคนต้องเคารพ และปฏิบัติตามกฎหมายของเมือง มลรัฐ และประเทศที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่คาดหวังให้พนักงานทั้งหมดรู้รายละเอียดของกฎหมายเหล่านี้ แต่จำเป็นต้องรู้ในระดับเพียงพอ  และรู้ว่าเมื่อใดต้องขอคำปรึกษาจากผู้บังคับบัญชา ผู้จัดการ หรือบุคลากรที่เหมาะสมอื่นๆ

 

2. ผลประโยชน์ทับซ้อน

“ผลประโยชน์ทับซ้อน” เกิดขึ้นเมื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบริษัท สถานการณ์ความขัดแย้งสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีที่พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการ กระทำการหรือมีผลประโยชน์ที่อาจทำให้เกิดความยากลำบากในการปฏิบัติงานในบริษัทของตนอย่างยุติธรรม และมีประสิทธิภาพ ผลประโยชน์ทับซ้อนอาจเกิดขึ้นเมื่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการ หรือสมาชิกในครอบครัวของบุคคลข้างต้น ได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวที่ไม่เหมาะสมอันเป็นผลจากตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทได้อีกด้วย เงินให้กู้ หรือในการรับประกันภาระผูกพันของพนักงาน และสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน อาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนได้

 

ผลประโยชน์ทับซ้อนสามารถเกิดขึ้นได้เสมอสำหรับพนักงานบริษัทที่ทำงานให้กับคู่แข่ง ลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ไปพร้อมกัน ห้ามมิให้คุณทำงานให้คู่แข่งในฐานะที่ปรึกษาหรือสมาชิกของคณะกรรมการบริหาร นโยบายที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทางธุรกิจทั้งทางตรง และทางอ้อมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือคู่แข่ง ยกเว้นดำเนินการแทนบริษัท ผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นสิ่งต้องห้ามตามนโยบายของบริษัท ยกเว้นภายใต้แนวทางที่ได้รับอนุมัติโดยคณะกรรมการบริหารของเรา ทั้งนี้ผลประโยชน์ทับซ้อนอาจไม่มีความชัดเจนเสมอไป ดังนั้นหากคุณมีข้อสงสัย คุณควรปรึกษาฝ่ายบริหารระดับสูงขึ้นไป พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการผู้ใดที่รับทราบถึงความขัดแย้งหรือความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น ควรแจ้งต่อผู้บังคับบัญชา ผู้จัดการ หรือบุคลากรที่เหมาะสมอื่นๆ หรือศึกษาขั้นตอนที่กำหนดไว้ในข้อที่ 14 ของหลักจรรยาบรรณนี้

 

3. การซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน

พนักงานที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้หรือแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ในการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดยกเว้นเพื่อเป็นการดำเนินธุรกิจของเราเท่านั้น ข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะทั้งหมดเกี่ยวกับบริษัทถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ ในการใช้ข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ทางการเงินส่วนตัว หรือเพื่อ “ให้” ผู้อื่นที่อาจใช้ข้อมูลดังกล่าวในการตัดสินใจลงทุน ไม่เพียงเป็นการกระทำที่ผิดหลักจรรยาบรรณเท่านั้น แต่เป็นการกระทำผิดกฎหมายด้วย

 

4. โอกาสทางธุรกิจ

ห้ามมิให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ และกรรมการ ใช้โอกาสจากการใช้ทรัพย์สิน ข้อมูล หรือตำแหน่งของบริษัท เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่ได้รับการยินยอมจากคณะกรรมการบริหาร ห้ามมิให้พนักงานใช้ทรัพย์สิน ข้อมูล หรือตำแหน่งของบริษัท เพื่อประโยชน์ส่วนตัวที่ไม่เหมาะสม และห้ามมิให้พนักงานแข่งขันกับบริษัท ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

 

5. การแข่งขันและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

เราแสวงหาวิธีการได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยความยุติธรรมและซื่อสัตย์ ห้ามมิให้กระทำการลักขโมยข้อมูลที่มีเจ้าของ เข้าถึงข้อมูลความลับทางการค้าที่ได้มาโดยไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือการชักนำให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลโดยอดีตพนักงานหรือพนักงานปัจจุบันของบริษัทอื่น เจ้าหน้าที่ กรรมการ และพนักงานทุกคน ควรเคารพในสิทธิ์ และดำเนินการอย่างยุติธรรมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ คู่แข่ง และพนักงานของบริษัท ห้ามมิให้พนักงานใช้ข้อได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรมต่อผู้อื่นผ่านการยักย้าย การปกปิด การใช้ข้อมูลเอกสิทธิ์ในทางที่ผิด การนำเสนอข้อมูลสำคัญที่ผิดพลาด หรือการปฏิบัติอันแสดงถึงการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมโดยเจตนาอื่นใดทั้งสิ้น

 

วัตถุประสงค์ของการให้การเลี้ยงรับรองทางธุรกิจหรือของขวัญในเชิงพาณิชย์ คือการสร้างไมตรีจิตและความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดี โดยไม่แสวงหาความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมจากลูกค้า พนักงานของบริษัท  บุคคลในครอบครัวของพนักงานหรือตัวแทน ไม่ควรรับข้อเสนอ รับ หรือยอมรับของขวัญ หรือการเลี้ยงรับรองยกเว้นของขวัญหรือการเลี้ยงรับรองนั้น (1) ไม่อยู่ในรูปเงินสด (ข) สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางธุรกิจปกติ (ค) ไม่ได้มีมูลค่าสูงเกินไป (ง) ไม่สามารถทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ และ (จ) ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบใดๆ กรุณาหารือกับผู้บังคับบัญชาของคุณ หากมีของขวัญหรือของกำนัลที่เสนอมาใดๆ ที่คุณไม่แน่ใจว่าเหมาะสมหรือไม่  

 

6. การเลือกปฏิบัติและการคุกคาม

ความหลากหลายของพนักงานของบริษัทถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าอย่างยิ่ง เรามีความมุ่งมั่นในการให้โอกาสที่เท่ากันในทุกมิติของการจ้างงาน และจะไม่ยอมรับซึ่งการเลือกปฏิบัติที่ผิดกฎหมายหรือการคุกคามประเภทใดทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น ความเห็นในทางเสื่อมเสียที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ หรือคุณลักษณะทางชาติพันธุ์ รวมถึงการคุกคามทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ด้วย

 

7. สุขอนามัยและความปลอดภัย

บริษัทมีความพยายามที่จะจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย และมีสุขอนามัยสำหรับพนักงาน พนักงานทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการดูแลรักษาสถานที่ปฏิบัติงานให้ปลอดภัย และมีสุขอนามัยที่ดีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด โดยการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และแนวทางปฏิบัติว่าด้วยความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี รวมทั้งการรายงานอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และอุปกรณ์ วิธีการปฏิบัติหรือปัจจัยแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย

 

ห้ามมิให้พนักงานมีพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง และข่มขู่ พนักงานควรรายงานสภาพการทำงานที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน ปราศจากอิทธิพลของยาเสพติดผิดกฎหมายหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ห้ามมิให้มีการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ/หรือยาเสพติดผิดกฎหมายในสถานที่ปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด

 

8. การบันทึกข้อมูล

บริษัทต้องการการบันทึก และการรายงานข้อมูลที่ซื่อตรง และถูกต้อง เพื่อให้สามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ควรมีการรายงานตัวเลขชั่วโมงทำงานที่ถูกต้อง และเป็นจริงเท่านั้น

 

โดยปกติ พนักงานจำนวนมากใช้บัญชีค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ซึ่งต้องจัดทำเป็นเอกสาร และมีการบันทึกอย่างถูกต้อง ในกรณีที่คุณไม่แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายบางรายการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ คุณสามารถสอบถามผู้บังคับบัญชาของคุณ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมของบริษัท หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินอาวุโส (Chief Financial Officer : “CFO”)

 

บัญชี ทะเบียน และงบการเงินของบริษัททั้งหมด ต้องได้รับการดูแลรักษาในระดับที่เหมาะสมแสดงธุรกรรมของบริษัทอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระบบทางบัญชีและการควบคุมภายในของบริษัท ไม่ควรจะมีการเก็บรักษาเงินหรือทรัพย์สินที่ไม่มีการบันทึกไว้ หรือ “อยู่นอกบัญชี” ยกเว้นได้รับอนุญาตไว้โดยกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

บันทึก และการสื่อสารทางธุรกิจมักจะมีการเผยแพร่สาธารณะ และควรหลีกเลี่ยงการกล่าวเกินจริง ข้อคิดเห็นในทางเสื่อมเสีย การคาดเดาหรือการบรรยายลักษณะของบุคคล หรือบริษัทที่ไม่เหมาะสมที่จะนำไปสู่การเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้รวมถึงอีเมล์ บันทึกภายใน และรายงานที่เป็นทางการต่างๆ บันทึกควรได้รับการจัดเก็บหรือทำลายตามนโยบายการเก็บรักษาบันทึกของบริษัท ในกรณีการฟ้องร้องคดีความหรือการตรวจสอบของรัฐบาล กรุณาปรึกษาผู้บังคับบัญชาของคุณเพื่อให้มีการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว การสื่อสารทางอีเมล์ทั้งหมดถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท พนักงาน เจ้าหน้าที่ และกรรมการ ไม่ควรคิดว่าการสื่อสารทางอีเมล์ของบริษัทหรือส่วนบุคคลจะเป็นทรัพย์สินส่วนตัว อีเมล์ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของบริษัท ห้ามมิให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัท รวมถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ท เพื่อการใช้งานส่วนตัวหรือธุรกิจที่ไม่ใช่กิจการของบริษัท

 

9. การรักษาความลับ

พนักงานต้องรักษาความลับของข้อมูลที่เป็นความลับที่พนักงานได้รับความไว้วางใจจากบริษัทหรือลูกค้าของบริษัทให้เก็บรักษา ยกเว้นในกรณีที่ต้องมีการเปิดเผยตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่เป็นความลับ ประกอบด้วย ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะทั้งหมดที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับคู่แข่ง หรือเป็นอันตรายต่อบริษัทหรือลูกค้าของบริษัทหากถูกเปิดเผย นอกจากนี้ ยังรวมถึงข้อมูลที่ซัพพลายเออร์ และลูกค้าได้มอบความไว้วางใจให้เราเก็บรักษา ความรับผิดชอบในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับดำเนินต่อเนื่องแม้ภายหลังสิ้นสุดการจ้างงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบดังกล่าว พนักงาน เจ้าหน้าที่ และกรรมการ จะต้องดำเนินการตามข้อตกลงว่าด้วยการรักษาความลับ โดยยืนยันว่ามีสัญญาผูกพันที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ หากคุณไม่แน่ใจว่าข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งถือเป็นข้อมูลที่เป็นความลับหรือไม่ กรุณาปรึกษาผู้บังคับบัญชาของคุณ

 

10. การปกป้องและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของบริษัทอย่างเหมาะสม

เจ้าหน้าที่ กรรมการ และพนักงานทุกคน ควรมีความพยายามในการปกป้องทรัพย์สินของบริษัท และการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ การลักขโมย ความประมาท และการสูญเสียทรัพย์สินไปโดยเปล่าประโยชน์ มีผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการสร้างกำไรของบริษัท เหตุการณ์ใดๆ ที่มีเหตุให้สงสัยได้ว่ามีการฉ้อโกงหรือการลักขโมย ต้องถูกรายงานเพื่อการตรวจสอบในทันที ทั้งนี้ ไม่ควรใช้อุปกรณ์ของบริษัทในกิจการอื่นใดที่ไม่ใช่เพื่อธุรกิจของบริษัท

 

ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ กรรมการ และพนักงาน ในการปกป้องทรัพย์สินของบริษัท รวมถึงข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทด้วย ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ประกอบด้วย ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ความลับทางการค้า สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ รวมถึงแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการให้บริการ แนวคิดด้านวิศวกรรม และการผลิต การออกแบบ ฐานข้อมูล บันทึกข้อมูลเงินเดือน ข้อมูลและรายงานทางการเงินที่ไม่มีการพิมพ์เผยแพร่ต่างๆ การใช้หรือแจกจ่ายข้อมูลเหล่านี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของบริษัท อีกทั้งยังเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และส่งผลให้ได้รับโทษทางแพ่งหรือแม้แต่ทางอาญาด้วย

 

11. การจ่ายเงินให้บุคลากรของรัฐ

กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการกระทำอันเป็นการทุจริตข้ามชาติของสหรัฐอเมริกา (United States Foreign Corrupt Practices Act) ห้ามมิให้มีการให้สิ่งของมีค่า ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างชาติหรือผู้สมัครทางการเมืองของต่างชาติ เพื่อได้รับหรือรักษาไว้ซึ่งธุรกิจ ห้ามมิให้มีการจ่ายเงินโดยผิดกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐประเทศใดๆ โดยเด็ดขาด

 

นอกจากนี้ รัฐบาลของสหรัฐอเมริกามีกฎหมาย และข้อระเบียบจำนวนมากเกี่ยวกับเงินตอบแทนทางธุรกิจของบุคลากรของรัฐในสหรัฐอเมริกา คำสัญญา การเสนอหรือการนำส่งให้แก่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นของขวัญ ของกำนัล หรือเงินตอบแทนอื่นๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์เหล่านี้ จะไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของบริษัทเท่านั้น แต่สามารถถือเป็นความผิดอาญาอีกด้วย หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานท้องถิ่นของรัฐ และรัฐบาลต่างประเทศ อาจมีกฎเกณฑ์ในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน

 

12. การละเว้นการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณ และจริยธรรมทางธุรกิจ

การละเว้นข้อกำหนดของหลักจรรยาบรรณนี้ สามารถกระทำได้เฉพาะคณะกรรมการบริหารเท่านั้น และจะต้องถูกเปิดเผยในทันทีตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์

 

13. การรายงานพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไร้จรรยาบรรณ

พนักงานควรแจ้งผู้บังคับบัญชา ผู้จัดการหรือเจ้าหน้าที่ของบริษัท เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไร้จรรยาบรรณที่พบเห็น และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในสถานการณ์ดังกล่าว นโยบายของบริษัทไม่อนุญาตให้มีการตอบโต้การรายงานการประพฤติผิดของพนักงานกับผู้รายงาน ที่พนักงานผู้รายงานกระทำโดยสุจริต พนักงานได้รับการคาดหวังให้ร่วมมือในกระบวนการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการประพฤติผิด และการไม่ให้ความร่วมมืออาจเป็นเหตุให้ยุติการจ้างงานได้ พนักงานสามารถยื่นข้อกังขาโดยสุจริตในเรื่องเกี่ยวกับการบัญชีหรือการตรวจสอบที่น่าสงสัย โดยปราศจากความกลัวการไล่ออกหรือการโต้ตอบทุกประเภท

 

14. ขั้นตอนการปฏิบัติตาม

เราทุกคนต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่ามีการดำเนินการต่อการฝ่าฝืนหลักจรรยาบรรณนี้อย่างทันทีและเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ เป็นการยากที่จะรู้ว่ามีการฝ่าฝืนเกิดขึ้น เนื่องจากเราไม่สามารถคาดการณ์ทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิธีที่จะตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาใหม่ๆ โดยคำนึงถึงขั้นตอนต่อไปนี้

 

จงแน่ใจว่าคุณมีข้อเท็จจริงครบถ้วน เพื่อให้ได้แนวทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เราจะต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นได้

 

จงถามคำถามตนเองว่า ได้รับการร้องขออย่างชัดเจนให้ทำสิ่งใด – สิ่งนั้นดูเหมือนเป็นการกระทำที่ไร้จรรยาบรรณ หรือไม่เหมาะสมหรือไม่ คำถามนี้จะช่วยให้คุณมุ่งสู่ปัญหาอย่างตรงประเด็น และทางเลือกที่คุณมี ใช้ดุลพินิจ และสัญชาตญาณ ว่ามีบางสิ่งดูเหมือนไร้จรรยาบรรณ หรือไม่เหมาะสมอยู่หรือไม่

 

สร้างความชัดเจนในบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของคุณ ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ คุณและเพื่อนร่วมงานมีหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อนร่วมงานของคุณทราบหรือไม่ คำถามนี้อาจช่วยให้ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม และหารือปัญหาร่วมกัน

 

ปรึกษาปัญหากับผู้บังคับบัญชาของคุณ นี่คือคำแนะนำพื้นฐานสำหรับทุกสถานการณ์ ในหลายกรณี  ผู้บังคับบัญชาของคุณจะมีความรอบรู้เกี่ยวกับคำถามนั้นๆ มากกว่า และเต็มใจที่ได้เข้ามามีส่วนในกระบวนการตัดสินใจ พึงระลึกว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาของคุณที่จะช่วยแก้ปัญหา ถ้าผู้บังคับบัญชาของคุณไม่แก้ปัญหาหรือไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ หรือคุณรู้สึกอึดอัดที่จะนำปัญหาไปปรึกษาผู้บังคับบัญชา คุณสามารถนำประเด็นปัญหาไปหารือกับหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทได้

 

คุณสามารถรายงานการฝ่าฝืนด้านจริยธรรมด้วยความมั่นใจ และไม่ต้องเกรงกลัวต่อการโต้ตอบ ถ้าสถานการณ์จำเป็นต้องเก็บคุณเป็นความลับ ชื่อของคุณจะได้รับการปกปิด บริษัทไม่อนุญาตให้มีการโต้ตอบทุกรูปแบบกับการรายงานการฝ่าฝืนด้านจริยธรรมโดยสุจริตของพนักงาน

 

จงถามก่อนเสมอ – กระทำภายหลัง ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์ใดๆ ขอรับคำแนะนำก่อนกระทำการในสถานการณ์นั้น